Category: Medical

กลับไปทำกิจวัตรประจำวันหลังเจ็บป่วยอย่างค่อยเป็นค่อยไป วางเป้าหมายให้สอดคล้องกับคำแนะนำของทีมรักษากลับไปทำกิจวัตรประจำวันหลังเจ็บป่วยอย่างค่อยเป็นค่อยไป วางเป้าหมายให้สอดคล้องกับคำแนะนำของทีมรักษา

การกลับไปทำกิจวัตรประจำวันหลังเจ็บป่วยอย่างค่อยเป็นค่อยไป คือการเพิ่มระดับกิจกรรมตามอาการและกำลังที่ฟื้นคืนมา โดยยึดคำแนะนำของทีมรักษาเป็นหลัก ไม่เร่งกลับไปทำทุกอย่างเหมือนเดิมในทันที แนวทางนี้ช่วยลดโอกาสที่อาการจะกำเริบและทำให้ผู้ป่วยเห็นความก้าวหน้าของตนเองได้ชัดเจน องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ผู้มีอาการหลังโควิดค่อย ๆ จัดการกิจกรรมและพักเมื่อจำเป็น ขณะที่แนวทางฟื้นฟูของหน่วยงานสุขภาพต่าง ๆ เน้นให้ปรับแผนตามโรค อาการ และความสามารถเฉพาะบุคคล บทความนี้อธิบายการตั้งเป้าหมาย การแบ่งกิจกรรม การติดตามอาการ และสัญญาณที่ควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ การฟื้นกิจวัตรหลังเจ็บป่วยและหลักการตั้งเป้าหมาย การฟื้นกิจวัตรหลังเจ็บป่วย หมายถึงการกลับไปทำกิจกรรมที่จำเป็นและมีความหมายในชีวิต เช่น อาบน้ำ แต่งตัว ทำอาหาร เดินทางไปทำงาน หรือดูแลสมาชิกในครอบครัว โดยเพิ่มภาระอย่างมีแผนและสอดคล้องกับข้อจำกัดทางสุขภาพ ไม่มีตารางเดียวที่เหมาะกับทุกคน เพราะระยะฟื้นตัวแตกต่างกันตามชนิดและความรุนแรงของโรค ภาวะแทรกซ้อน

ทำความเข้าใจการใช้ยาหลังการรักษาครั้งใหญ่ วิธีจัดตารางยาและเตรียมข้อมูลสำหรับการติดตามผลกับแพทย์ทำความเข้าใจการใช้ยาหลังการรักษาครั้งใหญ่ วิธีจัดตารางยาและเตรียมข้อมูลสำหรับการติดตามผลกับแพทย์

การใช้ยาหลังการรักษาครั้งใหญ่ เช่น การผ่าตัด การรักษามะเร็ง หรือการเข้ารักษาในโรงพยาบาล ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจคำสั่งยาและการสื่อสารกับทีมรักษาอย่างเป็นระบบ การจดชื่อยา ขนาดยา เวลาใช้ เหตุผลที่ใช้ และอาการที่เกิดขึ้น ช่วยลดความสับสนและทำให้แพทย์ประเมินการรักษาต่อเนื่องได้แม่นยำขึ้น องค์การอนามัยโลกชี้ว่าความคลาดเคลื่อนจากการใช้ยาเป็นปัญหาสำคัญด้านความปลอดภัยของผู้ป่วย และอาจเกิดได้ในหลายช่วง ตั้งแต่การสั่งยา การจ่ายยา ไปจนถึงการใช้ยาที่บ้าน บทความนี้อธิบายวิธีตรวจสอบรายการยา จัดตารางให้เหมาะกับชีวิตประจำวัน เตรียมข้อมูลก่อนพบแพทย์ และรู้ว่าเมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ ความปลอดภัยในการใช้ยาหลังการรักษาครั้งใหญ่ ความปลอดภัยในการใช้ยาหลังการรักษาครั้งใหญ่ หมายถึงการใช้ยาตามแผนที่ทีมรักษากำหนด โดยตรวจสอบให้แน่ใจว่ารายการยา ขนาด วิธีใช้ และช่วงเวลาสอดคล้องกับสภาพสุขภาพปัจจุบัน แนวทางขององค์การอนามัยโลกเรื่องความปลอดภัยด้านยาเน้นการลดอันตรายที่ป้องกันได้ โดยให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านระหว่างสถานพยาบาลกับบ้าน

HIV infection

โรคเอชไอวี มีอาการอย่างไรและควรรักษาอย่างไรโรคเอชไอวี มีอาการอย่างไรและควรรักษาอย่างไร

HIV หรือ Human Immunodeficiency Virus คือการติดเชื้อไวรัสที่สามารถนำไปสู่โรคเอดส์ (Acquired Immune Deficiency Syndrome) เอชไอวีโจมตีระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะเซลล์ CD4 ซึ่งมีส่วนสำคัญในการต่อสู้กับการติดเชื้อ เมื่อไวรัสดำเนินไป ระบบภูมิคุ้มกันจะอ่อนแอลง ทำให้เกิดการติดเชื้ออื่นๆ ได้ง่ายขึ้น ในบทความนี้ เราจะพูดถึงอาการของเอชไอวีและวิธีรักษาได้ อาการของเอชไอวี: อาการของเอชไอวีอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และบางคนอาจไม่พบอาการใดๆ เลย อาการของเอชไอวีจะคล้ายกับการติดเชื้อไวรัสอื่นๆ เช่น ไข้หวัด อาการอาจรวมถึง: 1. ไข้

Anemia

โรคโลหิตจางมีอาการอย่างไรและควรรักษาอย่างไรโรคโลหิตจางมีอาการอย่างไรและควรรักษาอย่างไร

ในปัจจุบันนี้โลหิตจางก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากเลยที่จะมองข้ามผ่านไปไม่ได้เพราะว่าในตอนนี้มีคนที่เป็นโรคโลหิตจางนั้นเยอะมากและต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจมากๆเพราะการที่คนเป็นโรคโลหิตจางนั้นหากไม่รู้ตัวก็อาจจะทำให้เกิดการขาดเลือดและยิ่งขาดเลือดมากๆก็จะทำให้ร่างกายนั้นยิ่งเกิดความช็อคได้เพราะร่างกายขาดเลือดนั้นเอง ในร่างกายของเรานั้นจะมีเม็ดเลือดแดงที่ทำหน้าที่นำออกซิเจนไปยังอวัยวะต่างๆของร่างกายโดยสารฮีโมโกบิลที่อยู่ในเม็ดเลือดแดง ถ้าเราเป็นโลหิตจางนั้นเราอาจจะจำไม่ค่อยรู้ตัวด้วยแต่ทั้งนี้เราอาจจะต้องไปตรวจสุขภาพประจำปีดูเพื่อเราก็จะได้รู้ว่าร่างกายของเรานั้นมีความปกติมากน้อยแค่ไหนหรือมีโรคโลหิตจางหรือเปล่าอันนี้จึงเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจและให้ความสำคัญมากๆด้วยจึงจะส่งผลที่ดีต่อตัวเราเองอย่างมากมายที่สุดด้วย   สาเหตุของการเกิดโรคโลหิตจางนั้นได้แก่การขาดสารอาหารหรือการทานอาหารที่ไม่เพียงพอ หรือการบำรุงเลือดไม่ดีไม่มีธาตุเหล็กในร่างกาย หรือจะเป็นจากพันธุกรรมนั้นก็สามารถที่จะเกิดขึ้นได้อีกเช่นกัน ซึ่งเราก็ควรที่จะต้องหมั่นดูแลตัวเองให้ดีอย่างน้อยหากเรารู้จักที่จะสังเกตและดูแลตัวเองได้ยิ่งดีมากเท่าไหร่ก็จะช่วยทำให้เรานั้นมีความสุขที่สุด อาการของโรคโลหิตจางที่สามารถที่จะพบกันได้ง่ายเลยก็จะเป็นในเรื่องของใจสั่น มึนงง หน้ามืด หรืออ่อนเพลียด้วย และตามร่างกายก็จะมีสีที่ซีดไม่มีอมชมพูของเลือดเลยจะสังเกตได้จากฝ่ามือที่ซีดและใบหน้าที่ซีดและการที่เราทำอะไรนิดหนึ่งก็เหนื่อยง่ายหรืออ่อนเพลียง่ายอันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจมากๆด้วยจึงจะยิ่งดีอย่างมากมายเลย เราสามารถที่จะป้องกันไม่ให้เกิดโรคโลหิตจางได้ก็คือการที่เราไม่ต้องทานกาแฟหรืออะไรที่จะดูดซึมธาตุเหล็กง่ายๆอันนี้เราก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจและระมัดระวังให้มากๆด้วยจึงจะยิ่งดีต่อเราเองอย่างน้อยการที่เราได้ระวังในเรื่องของโรคโลหิตจางนั้นก็จะยิ่งส่งผลที่ดีให้กับตัวเราเองได้อย่างมากด้วย เราอาจจะต้องหาข้อมูลในเรื่องของการทานอาหารสำหรับคนที่เป็นโรคโลหิตจางดูอย่างน้อยก็จะช่วยทำให้เรานั้นยิ่งเกิดความสุขในชีวิตขึ้นอย่างมากมายที่สุดด้วยและหากเราไปหาแพทย์ก็อาจจะได้รับเลือดให้ร่างกายได้มีปริมาณที่พอดีด้วยนั้นเองจะได้ไม่เกิดอาการมึนหรืออ่อนเพลียอีกด้วย

การปลูกถ่ายอวัยวะ สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับขั้นตอนและการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดการปลูกถ่ายอวัยวะ สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับขั้นตอนและการเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การปลูกถ่ายอวัยวะและขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนผ่าตัด การปลูกถ่ายอวัยวะ คือกระบวนการทางการแพทย์ที่นำอวัยวะจากผู้บริจาคมาแทนอวัยวะที่เสียหายหรือผิดปกติในร่างกายของผู้รับ การปลูกถ่ายอวัยวะสามารถช่วยฟื้นฟูสุขภาพและชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมาก และถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญทางการแพทย์ในศตวรรษที่ 20 ในบทความนี้จะกล่าวถึงความหมายของการปลูกถ่ายอวัยวะ ขั้นตอนและการเตรียมตัวก่อนผ่าตัด รวมถึงข้อควรรู้และความสำคัญของแต่ละขั้นตอน เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวเข้าใจและสามารถเตรียมพร้อมได้อย่างถูกต้อง ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่ามีผู้รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะทั่วโลกหลายแสนคนต่อปี และมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้รับการผ่าตัด เนื่องจากข้อจำกัดของผู้บริจาคและการเตรียมตัวผู้ป่วย การเตรียมตัวที่ดีจึงมีผลโดยตรงต่อความสำเร็จของการผ่าตัดและการฟื้นฟูหลังผ่าตัด ความหมายและลักษณะของการปลูกถ่ายอวัยวะ การปลูกถ่ายอวัยวะ หมายถึงการนำอวัยวะที่มีความสมบูรณ์จากผู้บริจาคมาปลูกถ่ายแทนที่อวัยวะเดิมของผู้ป่วย ซึ่งอวัยวะที่ปลูกถ่ายได้แก่ ไต ตับ หัวใจ ปอด และตับอ่อน เป็นต้น ดร.สมชาย ทองมาก หัวหน้าฝ่ายออร์แกนทรานสแพลนท์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์

Epilepsy

โรคลมชักมีอาการอย่างไรและรักษาอย่างไรโรคลมชักมีอาการอย่างไรและรักษาอย่างไร

โรคลมชักเป็นโรคทางระบบประสาทที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนนับล้านทั่วโลก มีอาการชักแบบกำเริบ ซึ่งเป็นการรบกวนทางไฟฟ้าในสมองอย่างกะทันหันและควบคุมไม่ได้ แม้ว่าโรคลมชักสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย แต่มักได้รับการวินิจฉัยในเด็กและผู้สูงอายุ ในบทความนี้ เราจะพูดถึงอาการและทางเลือกในการรักษาโรคลมชัก อาการที่พบบ่อยที่สุดของโรคลมชักคืออาการชัก อาการชักสามารถมีได้หลายประเภทและอาจมีรูปแบบที่แตกต่างกัน อาการชักบางประเภทที่พบบ่อย ได้แก่ อาการชักทั่วไป อาการชักเหล่านี้ส่งผลต่อสมองทั้งหมดและอาจทำให้หมดสติ กล้ามเนื้อตึง และเคลื่อนไหวกระตุก อาการชักเฉพาะที่ อาการชักเหล่านี้เกิดขึ้นเฉพาะบริเวณใดส่วนหนึ่งของสมอง และอาจทำให้เกิดความรู้สึกผิดปกติ การเคลื่อนไหวโดยไม่ได้ตั้งใจ และความสับสน อาการชักแบบไม่มีสมาธิ อาการชักเหล่านี้มีลักษณะเฉพาะคือสูญเสียการรับรู้อย่างกะทันหัน และอาจทำให้เกิดการจ้องมอง การตบปาก และการกะพริบตา อาการชักแบบโทนิค-คลิออน  อาการชักเหล่านี้เรียกอีกอย่างว่าอาการชักแบบแกรนด์มาล และมีลักษณะเฉพาะคือการสูญเสียสติ กล้ามเนื้อตึง และการเคลื่อนไหวกระตุก

Bronchitis

โรคหลอดลมอักเสบ เป็นอย่างไร และรักษาอย่างไรโรคหลอดลมอักเสบ เป็นอย่างไร และรักษาอย่างไร

โรคหลอดลมอักเสบเป็นภาวะทางเดินหายใจที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนนับล้านทุกปี เกิดจากการอักเสบของหลอดลมซึ่งเป็นทางผ่านของอากาศเข้าและออกจากปอด อาการของโรคหลอดลมอักเสบมีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง และอาจรวมถึงไอ หายใจมีเสียงหวีด เจ็บหน้าอก และหายใจลำบาก ในบทความนี้ เราจะพูดถึงว่าหลอดลมอักเสบคืออะไร มีสาเหตุมาจากอะไร และจะรักษาได้อย่างไร หลอดลมอักเสบอาจเกิดจากหลายปัจจัย รวมถึงการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย การสัมผัสสารระคายเคือง เช่น ควันหรือมลพิษ หรือภูมิแพ้. เมื่อหลอดลมเกิดการอักเสบ จะสร้างเสมหะออกมามากเกินไป ซึ่งอาจทำให้ไอและหายใจลำบากได้ ในบางกรณี การอักเสบยังทำให้ทางเดินหายใจแคบลง ทำให้หายใจลำบากขึ้น หลอดลมอักเสบมี 2 ประเภทหลัก ได้แก่ แบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันเป็นโรคที่เกิดขึ้นในระยะสั้นซึ่งมักเป็นอยู่ไม่กี่สัปดาห์ โดยทั่วไปเกิดจากการติดเชื้อไวรัส

HIV infection

โรคเอชไอวีมีอาการอย่างไรและรักษาอย่างไรโรคเอชไอวีมีอาการอย่างไรและรักษาอย่างไร

HIV เป็นไวรัสที่โจมตีระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งนำไปสู่โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIDS) ในท้ายที่สุด เชื้อเอชไอวีติดต่อผ่านการแลกเปลี่ยนของเหลวในร่างกาย เช่น เลือด น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด และน้ำนมแม่ แม้ว่าเอชไอวีจะเป็นภาวะร้ายแรง แต่ก็เป็นไปได้ที่จะมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและมีประสิทธิผลด้วยการรักษาที่เหมาะสม อาการที่พบบ่อยที่สุดของเอชไอวีคืออาการคล้ายไข้หวัด อาการเหล่านี้มักปรากฏภายในสองถึงสี่สัปดาห์หลังการติดเชื้อ และอาจรวมถึงมีไข้ ปวดศีรษะ เจ็บคอ มีผื่น และต่อมบวม อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่ติดเชื้อ HIV จะพบอาการเหล่านี้ และบางคนอาจไม่แสดงอาการเป็นเวลาหลายปี ในขณะที่ไวรัสดำเนินไป อาการอาจรุนแรงขึ้น ผู้ติดเชื้อเอชไอวีอาจมีอาการท้องร่วงเรื้อรัง น้ำหนักลด อ่อนเพลีย

Chickenpox

โรคอีสุกอีใสมีอาการอย่างไรบ้างโรคอีสุกอีใสมีอาการอย่างไรบ้าง

ในปัจจุบันนี้เรื่องของโรคอีสุกอีใสนั้นก็สามารถที่จะเป็นกันได้ทุกคนเลยและเรื่องนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องที่ดีกับเราเองอย่างมากมายที่สุดเลยเพราะว่าในเรื่องของโรคอีสุกอีใสนั้นก็จะช่วยทำให้เราเจ็บและคันได้ในบางรายก็อาจจะเป็นแผลเป็นได้อีกด้วยเช่นกัน  เราจึงควรที่จะต้องใส่ใจกับเรื่องของโรคอีสุกอีใสให้มากๆด้วยเพราะยิ่งเราได้ให้ความสนใจกับเรื่องนี้แล้วจะยิ่งส่งผลที่ดีให้กับเราเองได้อย่างมากมายเลยและที่สำคัญโรคอีสุกอีใสนั้นก็จะทำให้เราอาจจะคันมากก็เป็นได้ในบางราย เรื่องเหล่านี้จึงถือว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเพราะฉะนั้นยิ่งเราได้ให้ความสนใจกับเรื่องของโรคนี้แล้วเราก็อาจจะได้มีการทานยาหรือมีการดูแลแผลเป็นของตนเองก็ได้อีกเช่นกัน ทุกสิ่งทุกอย่างในตอนนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะอย่างน้อยการที่เราได้รู้จักที่จะใส่ใจกับเรื่องของอีสุกอีใสแล้วก็จะช่วยทำให้เรายิ่งเติบโตและเรียนรู้ในเรื่องราวต่างๆได้ดียิ่งขึ้นด้วย อาการของโรคอีสุกอีใสนั้นก็จะมีตุ่มแดงใสขึ้นตามตัว อันนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจกันอย่างมากมายที่สุดด้วยเพราะฉะนั้นในเรื่องของการเป็นอีสุกอีใสนั้นเราก็ควรที่จะต้องให้ความสำคัญมากๆด้วยจึงจะยิ่งดี และในเรื่องของอีสุกอีใสนั้นเราก็จะต้องทานยาเป็นประจำด้วยเพราะยิ่งเราได้ทานยาตามแพทย์สั่งแล้วนั้นก็จะช่วยทำให้เรายิ่งหายไวขึ้นและที่สำคัญถ้าเรามียาลดรอยแผลเป็นก็อาจจะต้องทาช่วงแผลที่ใกล้แห้งแล้วก็จะได้ผลดีอย่างมากเลยเพราะจะช่วยลบรอยแผลเป็นได้อย่างดีที่สุดเลย สิ่งนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องใส่ใจให้มากๆเพราะอย่างน้อยการที่เราได้ให้ความสนใจและใส่ใจแล้วนั้นก็จะทำให้เรายิ่งมีความสุขที่สุด อย่างน้อยโรคอีสุกอีใสนั้นก็จะช่วยทำให้เราได้มีภูมิต้านทานที่ดีและที่สำคัญโรคนี้จะเป็นแค่ครั้งเดียวเท่านั้นส่วนมากก็จะแล้วแต่ภูมิในร่างกายของแต่ละคนว่าแต่ละคนมีภูมิในร่างกายอย่างไร ไม่ว่าจะขึ้นตอนเด็กเลย หรือว่ามาขึ้นตอนโตก็สามารถที่จะรักษาได้หมดแต่ในปัจจุบันนี้มีความพัฒนามากขึ้นก็คือในเรื่องของวัคซีนที่ช่วยป้องกันในเรื่องของโรคอีสุกอีใสแล้วนั้นเอง จึงทำให้หลายๆคนนั้นก็มักจะไปฉีดวัคซีนเพื่อไม่ให้เกิดอีสุกอีใสขึ้นมาด้วยนั้นเอง เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ดีกับเราเองอย่างมากเลยที่เราจะมองข้ามหรือละเลยไปไม่ได้อีกด้วย

Allergies

โรคภูมิแพ้จะมีอาการอะไรบ้างโรคภูมิแพ้จะมีอาการอะไรบ้าง

โรคภูมิแพ้ คือ โรคที่มีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยที่ร่างกายของเราเมื่อโดนกระทบนั้นจะมีการตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเลยดังนั้นเราจึงควรที่จะต้องยิ่งให้ความสนใจมากๆด้วยกับเรื่องของโรคภูมิแพ้จึงจะช่วยทำให้เรานั้นยิ่งมีความสุขที่สุดและแน่นอนว่าในเรื่องของโรคภูมิแพ้นั้นก็จะเป็นโรคที่เราเองก็ควรที่จะต้องอย่าละเลยหรือมองข้ามไปเพราะอาจจะส่งผลกระทบกับเราเองได้อย่างที่สุดด้วย และที่สำคัญในเรื่องของโรคภูมิแพ้นั้นก็มักที่จะเป็นโรคที่เกิดขึ้นเองเพราะภูมิในร่างกายของเรานั้นอาจจะมีความอ่อนแอที่แตกต่างกันออกไปด้วยดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจและใส่ใจมากๆด้วยจึงจะดีอย่างที่สุดเพราะอย่างน้อยในเรื่องของโรคภูมิแพ้นั้นเราอาจจะเป็นได้โดยไม่รู้ตัวด้วย ในปัจจุบันนี้โรคภูมิแพ้ก็เป็นโรคที่คนนิยมเป็นกันเยอะส่วนมากก็จะมีแพ้ฝุ่น แพ้อากาศ แพ้เกสรดอกไม้ แพ้ดอกไม้ แพ้ขนสัตว์ แพ้อาหาร แพ้นมวัว แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเราเองโดยที่เราไม่รู้ตัวเองหรือกว่าเราจะเจอกับอะไรแต่ทั้งนี้เราก็สามารถที่จะป้องกันตัวเองได้โดยอาจจะต้องทานวิตามินซีควบคู่กันออกไปเพราะว่าในการที่เราทานวิตามินซีควบคู่กันไปแล้วนั้นก็จะช่วยทำให้เรามีภูมิต้านทานในร่างกายที่ดียิ่งขึ้นด้วย โรคภูมิแพ้นั้นบางคนจะมีอาการที่ต่างกันแต่ที่เราจะสังเกตและเห็นได้บ่อยเลยนั้นคืออาการคัดจมูก น้ำมูกไหล จาม ไอ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด โรคหอบ หืด เคืองตาและตาแดง คัดจมูก แสบคอ น้ำมูกไหลลงคอ หูอื้อ และอาจจะปวดหัวหรือหนักหัวได้เพราะถ้าหากเรามีน้ำมูกหรือจามบ่อยๆแล้วนั้นก็จะยิ่งส่งผลกระทบกับเราเองอีกด้วย เรื่องของโรคภูมิแพ้นั้นก็เป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องยิ่งให้ความสนใจกันอย่างที่สุดเพราะอย่างน้อยหากเรารู้จักที่จะให้ความสนใจตรงส่วนนี้แล้วก็จะทำให้เราสามารถที่จะดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดีเลย อย่างน้อยเราก็อาจจะต้องทานวิตามินหรือยาแก้แพ้เพื่อเสริมภูมิให้ร่างกายยิ่งแข็งแรงขึ้นด้วย เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญกับเราเองอย่างมากมายเลยและเราก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจและอย่าละเลยหรือมองข้ามไปเลยก็จะช่วยทำให้เรานั้นไม่ต้องทรมานกับโรคภูมิแพ้ด้วย