เชื่อว่าสายบิวตี้หลายคนเวลาเดินเข้าคลินิกความงามคงเคยเจอคำถามเกี่ยวกับการรับฟิลเลอร์ หรือเพิ่มโบท็อกซ์มาแล้วอย่างแน่นอน แต่สำหรับผู้ที่เริ่มเข้าวงการอาจสงสัยว่าทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร แล้วควรฉีดแบบไหนก่อนดี วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกแบบเข้าใจง่ายว่าการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า กับการฉีดโบท็อกซ์มีหลักการทำงานอย่างไร และถ้าอยากสวยคูณสองจะสามารถนำมาใช้ร่วมกันกันได้หรือไม่ มาหาคำตอบไปพร้อมกันเลย
ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า vs โบท็อกซ์ ทำงานต่างกันอย่างไร
ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าคลินิกไปฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ควรทำความเข้าใจก่อนว่าสารทั้งสองชนิดนี้มีหลักการทำงานอย่างไร และถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาในจุดไหนบ้าง ซึ่งแม้ว่าทั้งคู่จะถูกส่งเข้าสู่ผิวด้วยรูปแบบเข็มเหมือนกัน แต่หน้าที่และผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีความแตกต่างกัน ดังนี้
1. ฟิลเลอร์สายเติมเต็ม เพิ่มมิติให้หน้าพุ่ง
การฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า คือการเลือกใช้สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิก แอซิด เข้าไปทดแทนในบริเวณที่ผิวมีการยุบตัวลงตามวัย หรือในจุดที่เราต้องการปรับแต่งรูปทรงให้มีความนูนสวยและดูมีมิติมากขึ้น มีคุณลักษณะเด่นคือ
- คุณลักษณะ ทำหน้าที่เปรียบเสมือนดินน้ำมันที่ช่วยปั้นรูปทรง หรือหมอนนุ่ม ๆ ที่เข้าไปรองรับและเติมเต็มร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น
- การแก้ไขปัญหา เน้นการจัดการปัญหาร่องแก้มที่ดูลึก, ขมับที่ยุบตัวหรือตอบลง, คางสั้นที่ต้องการความยาวเพิ่ม, ริมฝีปากบาง หรือบริเวณแก้มส้มที่ฝ่อตัวจนหน้าดูแบน
- ผลลัพธ์ที่ได้ ช่วยเนรมิตใบหน้าให้ดูอิ่มฟู มีมิติที่ชัดเจน และช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงทันทีหลังจากฉีดเสร็จ
2. โบท็อกซ์ สายสยบความเคลื่อนไหว หน้าเรียว ไร้รอยย่น
ในขณะที่ฟิลเลอร์ทำหน้าที่เป็นตัวเติม โบท็อกซ์จะทำหน้าที่เป็นตัวคลาย โดยตัวยาจะเข้าไปลดการทำงานของกล้ามเนื้อในบริเวณนั้น ๆ ลงชั่วคราว ซึ่งมีรายละเอียดการทำงานที่น่าสนใจดังนี้
- คุณลักษณะ ทำหน้าที่ลบเลือนรอยยับบนผิวหน้า หรือทำหน้าที่ช่วยเล็มขนาดของกล้ามเนื้อให้ดูเล็กลง
- การแก้ไขปัญหา มุ่งเน้นการลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการขยับหน้า เช่น รอยตีนกาเวลาฉีกยิ้มหรือหัวเราะ, รอยย่นบริเวณหน้าผากเวลาเลิกคิ้ว รวมถึงการลดขนาดของกล้ามเนื้อกรามเพื่อให้รูปหน้าดูเรียวเล็กเป็น V-Shape
- ผลลัพธ์ที่ได้ ผิวพรรณจะดูเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและใบหน้าดูเล็กลง แต่สำหรับโบท็อกซ์นั้นอาจจะต้องใจเย็นสักนิด เพราะต้องรอให้ยาออกฤทธิ์เต็มที่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลลัพธ์ความสวยที่ชัดเจนที่สุด
ฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ร่วมกับโบท็อกซ์ได้ไหม
หลายคนกังวลว่าถ้าฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า คู่กับโบท็อกซ์จะทำให้ใบหน้าดูแข็งทื่อจนขาดความเป็นธรรมชาติหรือเปล่า ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสองหัตถการนี้สามารถทำร่วมกันได้ และยิ่งไปกว่านั้นในวงการความงามยังนิยมการผสานพลังแบบคอมโบนี้อีกด้วย โดยเหตุผลสำคัญที่การใช้คู่กันให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมกว่า คือจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นานขึ้น เพราะในบางจุดของใบหน้ารอยย่นเกิดจากทั้งกล้ามเนื้อที่ดึงรั้ง และคอลลาเจนที่หายไป ดังนั้นการเลือกใช้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งจึงอาจแก้ปัญหาได้ไม่ครอบคลุม
ลำดับการฉีด อะไรก่อนหลังดี?
โดยส่วนใหญ่แล้ว สามารถฉีดทั้งสองอย่างพร้อมกันได้เลยภายในวันเดียว ซึ่งตามเทคนิคจะเริ่มจากการฉีดโบท็อกซ์เพื่อจัดการกับริ้วรอยที่เกิดจากการขยับเขยื้อนของกล้ามเนื้อก่อน จากนั้นจึงตามด้วยการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดและสร้างมิติให้ใบหน้า แต่ในกรณีที่กล้ามเนื้อบางจุดมีการทำงานหนักเป็นพิเศษ คุณหมออาจพิจารณานัดหมายให้ฉีดห่างกันประมาณ 1-2 สัปดาห์ ทั้งนี้เพื่อให้โบท็อกซ์ได้เริ่มออกฤทธิ์อย่างเต็มที่ก่อน ซึ่งจะช่วยให้คุณหมอสามารถประเมินและกำหนดปริมาณของฟิลเลอร์ที่จะใช้เติมเต็มได้อย่างแม่นยำและเห็นผลลัพธ์ที่เพอร์เฟกต์ที่สุดนั่นเอง
ทั้งนี้ไม่ว่าคุณจะเลือกฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า เพื่อเพิ่มความละมุน หรือจะเลือกโบท็อกซ์เพื่อเน้นความตึงกระชับลดริ้วรอย สิ่งที่สำคัญและต้องคำนึงถึงมากที่สุดคือการเลือกเข้ารับบริการในคลินิกที่ได้มาตรฐานและดูแลโดยคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น เพราะนิยามของความสวยที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณยาที่ฉีดเข้าไป แต่ขึ้นอยู่กับการวางตำแหน่งที่แม่นยำและถูกต้อง เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูลงตัวและรับกับสัดส่วนโครงหน้าเฉพาะตัวของคุณนั่นเอง
