“โรคมะเร็ง” เมื่อพูดถึงชื่อโรคนี้ขึ้นมาแน่นอนว่าหลายคนคงจะกลัวและไม่อยากเป็นอย่างแน่นอน แต่รู้หรือไม่ว่า สถาบันมะเร็งแห่งชาติได้มีการระบุเอาไว้ว่า โรคมะเร็งเป็นโรคที่พบได้บ่อยในคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโรคมะเร็งตับที่พบในคนไทยมากเป็นอันดับ 1 เลย โดยในแต่ละปีจะพบผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคนี้ราว 16,000 ราย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้มีทางการแพทย์ได้มีการพัฒนาวิธีการรักษามะเร็งตับอย่าง TACE ขึ้นมา ซึ่งวิธีการรักษามะเร็งตับ TACE เป็นอย่างไร แล้วใครที่เหมาะสมกับการรักษาตามรูปแบบนี้บ้าง ในบทความนี้จะมาอธิบายให้ได้เข้าใจ
SLEEP TEST การตรวจเช็กประสิทธิภาพในการนอน คืออะไร
TACE (Transarterial Chemoembolization) คือ วิธีการรักษามะเร็งตับที่จะใช้ในกรณีของผู้ป่วยที่ไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้ โดยแพทย์จะให้เคมีบำบัดแบบเฉพาะจุด เพื่อเป็นการนำเอาสารเคมีบำบัดเข้าไปสู่ก้อนมะเร็งได้โดยตรง อีกทั้งยังเป็นการปิดกั้นไม่ให้หลอดเลือดส่งเลือดไปเลี้ยงที่ก้อนเนื้องอกด้วย ซึ่งจะส่งผลทำให้ยาเคมีบำบัดสามารถออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น นอกจากนี้ก็ยังเป็นการใช้สารเคมีบำบัดในปริมาณที่น้อยกว่าการให้ผ่านทางหลอดเลือดดำ และยังเป็นการใช้สารอุดหลอดเลือดแดง เพื่อทำให้ลดการนำเลือดไปเลี้ยงที่ก้อนมะเร็งได้ด้วย ทั้งนี้ก็จะเป็นการช่วยให้ยาเคมีบำบัดที่ให้ไปสามารถเข้าไปอยู่ในก้อนมะเร็งได้นานขึ้นนั่นเอง
ในการรักษาด้วยการทำ TACE จะเป็นการใส่สายสวนที่มีขนาดเล็กมาก ๆ เข้าไปในบริเวณขาหนีบเพื่อให้ไปยังหลอดเลือดแดงที่ตับ สายสวนที่ใส่เข้าไปจะเคลื่อนตัวไปตามหลอดเลือด ทั้งนี้ในการใส่สายสวนแพทย์ก็จะสามารถมองเห็นสายได้จากเครื่องเอกซเรย์ และหากว่าสายสวนได้เข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการรักษาแล้ว แพทย์ก็จะทำการฉีดสารทึบรังสีเข้าไป เพื่อเป็นการดูลักษณะของหลอดเลือด ต่อมาจึงจะให้ยาเคมีบำบัดผสมสารทึบรังสีเข้าไปที่ก้อนเนื้องอก ซึ่งการทำเช่นนี้จะเป็นการทำให้เกิดการอุดกั้นที่หลอดเลือด จนกระทั่งไม่มีเลือดที่ส่งไปเลี้ยงยังก้อนมะเร็ง
สำหรับผู้ที่เหมาะกับการรักษาด้วยวิธีการ TACE ก็คือ ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ไม่สามารถเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดได้ เช่น ผู้สูงอายุ, ผู้ที่มีก้อนเนื้องอกโตอยู่ใกล้กับบริเวณหลอดเลือดและมีขนาดใหญ่ในตับ การผ่าตัดเป็นวิธีการที่มีความเสี่ยงสูงมาก ๆ ในขณะที่การรักษาด้วยวิธีการ TACE จะสามารถช่วยลดขนาดและความรุนแรงของโรคให้น้อยลงได้ อีกทั้งยังสามารถช่วยลดความเจ็บปวด ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการตกเลือด รวมถึงในผู้ป่วยบางรายหากได้รับการรักษาจนก้อนเนื้องอกเล็กลงแล้ว ก็อาจจะเข้าสู่กระบวนการการผ่าตัดเนื้องอกออกอย่างปลอดภัยได้นั่นเอง
